งานบุญเข้าพรรษาของคนกะเหรี่ยง “หมู่บ้านเกาะสะเดิ่ง”
เล่าเรื่องผ่านภาพ
โดย
พิบูลย์ ไทรสังขทัศนีย์
สวัสดีครับ กระผมชื่อพิบูลย์ ไทรสังขทัศนีย์ ชื่อเล่น โจอี้ เป็นคนกะเหรี่ยง สัญชาติไทย ผมจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับประเพณีและวัฒนธรรมของคนกะเหรี่ยง หมู่บ้านของผมเองครับว่าแต่ละปีเรามีกิจกรรมหรือพิธีกรรมอะไรบ้างในแต่ละช่วง โดยครั้งนี้ผมจะหยิบงานบุญประเพณีเข้าพรรษานำมาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง เพื่อเป็นการถ่ายทอดประเพณีที่ดีงามและเป็นการส่งต่อความรู้จากรุ่นสู่รุ่นเพื่อไม่ให้ประเพณีวัฒนธรรมเราหายไป
ก่อนอื่นขอพูดถึงหมู่บ้านเกาะสะเดิ่งก่อนนะครับ หมู่บ้านเกาะสะเดิ่ง ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อยู่หมู่ 3 ต.ไล่โว อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ในตำบลของเรามีหมู่บ้านอยู่ 6 หมู่บ้านซึ่งบ้านเกาะสะเดิ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างทั้ง 6 หมู่บ้านนี้คนที่นี่ทั้งหมดเป็นคนกะเหรี่ยง สัญชาติไทย ในหมู่บ้านเกาะสะเดิ่งนี้มีผู้คนไม่มาก นัก มีบ้านเรือนรวมทั้งหมดเพียงแค่ 50 กว่าหลังคาเรือน พี่น้องชาวกะเหรี่ยงที่นี่ล้วนมีอาชีพหลักคือ การทําไร่หมุนเวียนและมีการทำสวนแบบผสมผสานหมู่บ้านเกาะสะเดิ่งอยู่มาแล้วกว่า 200 ปี อาศัยฐานความพอเพียง มีวิถีที่ดีงาม มีความเชื่อต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และก็มีประเพณีวัฒนธรรมที่สืบกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ผมขอเริ่มพูดถึงงานบุญเข้าพรรษานะครับ ทุก 15 เดือน 8 ของทุกปีก็จะเป็นวันเข้าพรรษาของทุกๆที่ รวมทั้งที่นี่ด้วยเช่นเดียวกัน หมู่บ้านเกาะสะเดิ่งเองที่นี่ก็มีงานบุญวันเข้าพรรษาเหมือนกันโดยทางภาษากะเหรี่ยงเราเรียกว่าโบว-เตอ-เคิง แปลว่าบุญเข้าพรรษา ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 30-2 ของเดือน สิงหาคม
เมื่อใกล้ถึงเวลางาน ชาวบ้านที่ขึ้นไปนอนไร่นอนสวนก็จะเริ่มทยอยกันกลับมาเพราะก่อนงานลง 1 วันจะต้องมีการขึ้นไปจัดเตรียมสถานที่ ปัด กวาด เช็ด ถู ล้างจาน ตัดหญ้าบริเวณรอบวัด เด็กเล็กหญิงชายทั้งผู้ใหญ่ผู้แก่ก็จะขึ้นมาช่วยกัน ซึ่งงานนั้นจัดขึ้นเป็นเวลา 4 คืน 3 วัน โดยงานคืนกลางนั้นจะต้องตรงกับวันพระ ในงานก็จะมีพิธีกรรมต่างไป เช่น การเจริญพระพุทธมนต์ ไหว้พระขอศีลรับพร ตักบาตรกรวดน้ำและถวายข้าวพระพุทธ
โดยงานคืนแรก ซึ่งก่อนจะขึ้นวัดผมก็จะเตรียมขันพร้อมใส่น้ำใส่ดอกไม้เครื่องหอมลงไปเพื่อที่จะนำขึ้นไปที่วัดเพราะคืนนี้จะมีทำพิธีการเจริญพระพุทธมนต์เพื่อเป็นการเริ่มแรกของงาน หลังจากไหว้พระเจริญพระพุทธมนต์เสร็จแล้วก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านส่วนขันน้ำมนต์เราก็เอากลับมาด้วยบางคนเขาก็เอาน้ำมนต์กลับไปพรมในบ้านเพราะเขาเชื่อว่าเป็นการปัดเป่าสิ่งไม่ดี สิ่งชั่วร้ายออกจากบ้านไปหรือบางคนจะนำมาล้างหน้าหรือกินก็แล้วแต่ความเชื่อกันว่าเป็นการเสริมบารมีหรือทำให้สุขภาพแข็งแรง
ตลอดช่วงเช้าของงานทั้ง3วันนั้น ก็จะมีการไหว้พระ ขอศีล ตักบาตร กรวดน้ำ ถวายข้าวพระพุทธ
พอมาถึงคืนกลางของงาน ก็จะเห็นผู้คนขึ้นวัดกันมาอย่างล้นหลาม ทั้งพี่น้องที่กลับมาจากต่างจังหวัด ทั้งพี่น้องที่อยู่บ้านอยู่แล้ว ได้ขึ้นมาร่วมพิธีกรรมที่สําคัญ เพราะคืนนี้เป็นคืน15 ค่ำเตือน 8 เป็นคืนที่พวกเราจะได้ร่วมทำพิธีขอขมาเข้าพรรษาหรือภาษากะเหรี่ยงเรียกว่า (เก่อ-หลุะ-เต่อ-เคิง) ถือเป็นการขอขมาพระรัตนตรัยคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ก่อนจะเริ่มพิธี แต่ละครอบครัวหรือแต่ละบ้านก็จะมีการเตรียมดอกไม้3ดอกพร้อมด้วยเทียน3เล่ม ดอกไม้3ดอกที่มาจากดอกข้าวโพดหรือดอกมะละกอ และนำใบตองมาตัดเป็นรูปทรงกรวย นำเทียน3เล่มที่ทำเองโดยทำจากไขผึ้งนำเทียน3เล่มที่ทำเองโดยทำจากไขผึ้ง ใส่ดอกไม้กับเทียนลงไปในกรวย พอพิธีกรรมเริ่มจะมีการนำสวด3รอบด้วยภาษาบาลีแต่เป็นทำนองมอญ โดยรอบที่1 จุดเทียน1เล่ม ขอขมาพระพุทธ หลังจากขอขมาเสร็จกล่าวคำสาธุแล้วก้มกราบลง3ครั้ง รอบที่2 จุดเทียนเล่มที่2 ขอขมาพระธรรม หลังจากขอขมาเสร็จกล่าวคำสาธุแล้วก้มกราบลง3ครั้ง รอบ3 จุดเทียนเล่มสุดท้าย ขอขมาพระสงฆ์ หลังจากขอขมาเสร็จกล่าวคำสาธุแล้วก้มกราบอีก3ครั้ง จากนั้นก็เอาเทียนมาใส่รวมกันไว้ในถาดที่เตรียมกันไว้เพื่อไปถวายพระภิกษุสงฆ์เพื่อเป็นการบูชาพระรัตนตรัยเป็นลำดับต่อไป และเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีขอขมาเข้าพรรษา หรือบางที่อาจจะมีการเวียนเทียนอีก ก็แล้วแต่บางพื้นที่
ครั้งสมัยที่ผมยังเด็กก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นดอกข้าวโพดหรือดอกมะละกอใช้ในพิธี แต่พอหลังจากได้สอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ก็ได้ทราบว่า เป็นเพราะช่วงสมัยก่อนนั้นถึงเวลางานบุญวันเข้าพรรษาจะไม่มีดอกไม้อะไรเลย เพราะคนกะเหรี่ยงสมัยก่อนยังไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง อยู่แต่ไร่เป็นปี ช่วงนั้นเป็นช่วงผลผลิตที่มาจากไร่หมุนเวียน มีทั้ง พริก แตง ผัก ถั่ว ฟักทอง บวบ ข้าวโพด อื่นๆอีกมากมาย และ เป็นช่วงที่ดอกข้าวโพดกำลังออกดอกพอดี ถือเป็นการได้นำผลผลิตของแต่ละบ้านไปทำบุญกันและยังได้นำดอกข้าวโพดหรือดอกมะละกอไปบูชาอีกด้วย อีกทั้งชาวกะเหรี่ยงก็ยังเชื่ออีกด้วยว่าหลังจากเราจุดเทียนครบทั้ง3แล้ว ไฟลามไปติดดอกข้าวโพดแล้วมันจะส่งกลิ่นหอมไปยังเทวดาบนสวรรค์…
จนถึงปัจจุบัน งานบุญเข้าพรรษา ก็ยังนิยมจัดขึ้นทุกปีเพื่อสืบสานประเพณี แต่ปัจจุบันอะไรหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปและความหลากหลายเพิ่มขึ้น และตัวผมเองตื่นมาท่ามกลางในความเริ่มเจริญและพัฒนาเข้ามามากแล้ว แต่ละบ้านก็จะมีดอกไม้ที่ปลูกประดับไว้ข้างบ้าน พอถึงในงานก็มีการนำมาใช้บ้าง แต่ที่ยังคงใช้ดอกข้าวโพดและดอกมะละกอก็ยังมีส่วนหนึ่ง และนี่เป็นส่วนหนึ่งของในงาน ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศงานจริงของชาวพี่น้องกะเหรี่ยง ต้องเข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง เพราะบางสิ่งบางอย่างไม่สามารถอธิบายให้เข้าถึงภาพและอารมณ์ได้ ผมขอยุติการเขียนเพียงเท่านี้ สวัสดีครับ







